|
เราสามารถเลี้ยงให้ดอร์เมาส์คุ้นมือได้ (hand tame, ไม่ใช่เชื่อง หรือ tame เพราะมันไม่เชื่อง ไม่อ้อนคนเลี้ยงหรือสามารถสอนให้เต้นระบำได้ แต่ไม่กลัวการโดนจับ และไม่ตื่นคน) 
แต่ต้องเริ่มจากช่วงแรก ๆ คือไม่เกินสามอาทิตย์หลังจากออกจากท้องแม่ ตามประสบการณ์แล้วการนำออกมาช่วง 12-15 วัน ลูกหนูจะคุ้นมือเร็วกว่าแต่อัตราการรอดต่ำและกินนมยากกว่า ดังนั้นควรนำออกมาช่วง 18-20 วันจะปลอดภัยมากกว่า อาหารที่ป้อนคือซีลีแล็คสูตรเริ่มต้น โดยที่อึหนูตอนแยกออกจากแม่จะมีสีดำและค่อนข้างแข็งแต่เมื่อเราเอามาป้อนเองอึจะเหลวและเป็นเมือกมากขึ้นซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่หากมีอาการท้องเสียอึจะมีกลิ่นเหม็นและหนูจะดูอ่อนเปลี้ยกว่าปกติ

อ่อ...เมื่อเอาออกมาแล้วไม่ควรนำกลับไปให้แม่แล้วนะครับ เพราะดอร์เมาส์บางตัวโดยเฉพาะพวกที่จับมาจากป่าอาจจะกินลูกเหมือนหนูแฮมเตอร์ แต่เพื่อนต่างชาติบอกว่าถ้าแม่หนูค่อนข้างคุ้นเคยกับคนการกินลูกจะลดลงและเราไม่ต้องป้อนเองก็ได้ แต่ให้จับลูกหนูมาเล่นบ่อย ๆ ถ้าแม่มันไม่หวงอ่ะนะครับ ลูกดอร์เมาส์จะหย่านมในอาทิตย์ที่ 5 คือหลังออกจากท้องแม่ราว 30 วัน และไม่ต้องตกใจหากเรายื่นมือลงไปจับแล้วเจ้าตัวเล็กจะงับนิ้วเพราะมันกำลังสำรวจมือเราเหมือนกับที่สำรวจอาหาร เมื่อโตขึ้นและคุ้นเคยกับเรา อาการงับแง๊บๆจะลดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวของมันเอง มันชอบวิ่งไปมาขนตัวเจ้าของมากกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ ในมือ และซอกหลืบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปกเสื้อ กระเป๋า และไม่เว้นแม้แต่ซอกอุ่นตรงกลางอกของสาว ๆ ก็เป็นจุดโปรดของเจ้าจิ๋วที่จะวิ่งเข้าไปซุกซ่อนตัวเช่นกัน
มีคนกล่าวว่าดอร์เมาส์มีชั้นเชิงสูงยิ่งกว่านินจาในการหาทางหนีออกจากกรงด้วยการรีดตัวผ่านรูหรือช่องเล็ก ๆ ที่เราไม่คิดว่ามันจะทำได้ ดังนั้นกรงเลี้ยงที่ดีที่สุดสำหรับดอร์เมาส์คือตู้ปลาที่ปิดด้วยตะแกรงขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ซึ่งเราก็หาซื้อตะแกรงลวดมาทำเองได้ในราคาเมตรละไม่ถึงร้อยบาท แต่ระหว่างเวลาที่มันคึกคักมาก ๆ ผากรงจะเป็นที่ที่ถูกใช้มากที่สุดในการปีนป่าย แน่นอนว่าคุณต้องระวังมันให้ดีเลยแหละ

ฝรั่งเค้าว่าตู้ปลาขนาด 20 นิ้วเป็นขนาดเริ่มต้นสำหรับดอร์เมาส์ 2 ตัว แต่ขนาดบ้านที่ใหญ่ขึ้นย่อมเป็นผลดีกับสัตว์ทุกชนิด ผมเองใช้ตู้ขนาด 20 และพึ่งไปเจอตระกร้าใส่น้องหมาที่มีตาข่ายค่อนข้างละเอียด ซึ่งก็ใช้ได้ดี และทำให้อากาศระบายได้สะดวก วัสดุพื้นตู้ที่ใช้ได้ เช่น ฝอยกระดาษ ฝอยกระดาษลัง ขี้เลื่อย ซังข้าวโพดหรือทรายสำเร็จรูปสำหรับแฮมเตอร์ ซึ่งข้อดีข้อเสียมีแตกต่างกัน ความหนาที่เหมาะสน่าจะประมาณ 2 นิ้ว และควรใส่หญ้าแห้งหรือเศษไหมพรมไว้ให้มันคาบไปรองรังนอนด้วย
ในธรรมชาติดอร์เมาส์ใช้เวลาส่วนมากปีนป่ายหาอาหารในพุ่มไม้ ดังนั้นกิ่งไม้แห้งที่ทำความสะอาดอย่างดี เชือก และของเล่นไม้สำหรับปีนเล่นจึงน่าจะมีในกรงเลี้ยง ล้อวิ่งก็น่าจะทำให้มันได้เล่นเต็มที่ได้แต่ต้องเลือกชนิดที่ไม่มีซี่ล้อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหางขาดได้หากวิ่งเร็ว ๆ ส่วนตัวผมใช้กงล้อแบบเล็กสุดของแฮมเตอร์ที่มีลูกปืนทำให้เสียงเงียบและทนทานมากขึ้น

รังนอนที่ทำด้วยกล่องไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ ที่สัตว์แทะได้ก็จำเป็นสำหรับหลบนอนในเวลากลางวัน มีผู้แนะนำว่าควรใส่รังนอนให้เกินจำนวนหนูไป หนึ่งรังเสมอ เช่นหากมีดอร์เมาส์ 2 ตัวให้ใส่รังนอน 3 รังเป็นต้น รังนอนที่หาได้ง่าย ๆ เช่นบ้านแฮมเตอร์สำเส็จรูปทั้งไม้และดินเผา กระถางต้นไม้ หรือโอ่งดินเผาขนาดเล็กที่ทุบแบ่งครึ่งก็ใช้ได้ดีและทำความสะอาดได้ง่าย
ถ้วยอาหารของดอร์เมาส์ควรทำด้วยเซรามิก ใบแรกใช้ใส่อาหารชนิดแห้ง และอีกใบสำหรับใส่อาหารเปียก การให้น้ำควรใช้ขวดน้ำแบบปลายลูกกลิ้งซึ่งผมเลือกใช้แบบที่ค่อนข้างแพงเพราะมันจะเจอปัญหาว่าบางยี่ห้อน้ำไม่ไหลเมื่อหนูหิวน้ำและเข้าไปเลียซึ่งอันตรายมาก แต่หากใครมีเวลาดูแลเปลี่ยนน้ำเปลี่ยนอาหาร การเอาน้ำใส่ถ้วยเล็ก ๆ ให้หนูเลียกินเองก็ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
การดูแลและอาหารการกิน
อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงดอร์มาส์ คือ ไม่ต่ำกว่า 70 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 24 องศาเซลเซียส เนื่องจากในธรรมชาติหากมีอุณหภูมิต่ำลงดอร์เมาส์จะเริ่มนอนจำศีล ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับสัตว์ที่อยู่ในกรงเลี้ยงซึ่งไม่มีการสะสมอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เลี้ยงเจ้าจิ๋วไว้ในห้องแอร์ และถึงแม้เสียงจะไม่ดังแต่กลิ่นของเสียก็ค่อนข้างแรงเช่นเดียวกับหนูทั่ว ๆ ไป (เหม็นกว่าเจอบิว แต่ไม่เท่าแฮมเตอร์และแกสบี้)

ตามตำราเค้าว่าในธรรมชาติดอร์เมาส์กินอาหารหลากหลายมาก ทั้งพวกเมล็ดพืช ลูกไม้ ถั่ว ไข่นก และแมลง ดังนั้นอาหารที่เหมาะสมสำหรับดอร์เมาส์ในกรงเลี้ยง คืออาหารสำเร็จรูปสำหรับแฮมเตอร์ ผสมด้วยเมล็ดพืชต่าง ๆ เป็นหลัก และเสริมด้วยแหล่งโปรตีนพิเศษ แต่ที่เลี้ยงอยู่ ผมผสมอาหารเองด้วยวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น อาหารเม็ดแฮมเตอร์ อาหารเม็ดแกสบี้ อาหารแมวไขมันต่ำ กระดองปลาหมึกตำหยาบ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ลูกเกด ข้าวฟ่าง ข้าวสาร อาหารหมูอ่อน และอาหารไข่แห้ง แล้วเสริมด้วยนมอัดเม็ด โยเกิร์ต น้ำผสมไม้ ผสมไม้สด ซีลีแล็ค ขนมหมากลิ่นไก่ โยเกิร์ต ซีลีแล๊ค นมอัดเม็ด ผลไม้สุก ผักสด ขนมปัง และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่กินเพราะมันซัดทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ปากเป็ดท้อง และแกนแอปเปิ้ล ยกเว้นอันที่ไม่ชอบจริง ๆ ก็ดม ๆ แล้วเมินไปซะ
Reference : pee_ket by Siamrep
|